กําจัดสิวเสื้ยน

วิธีกําจัดสิวเสื้ยน สามารถทำได้อย่างไร มีแบบไหนบ้าง

แนะนำแนวทางการ กําจัดสิวเสื้ยน ให้หมดไปจากใบหน้าของเรา

สิวเสี้ยนเกิดจากความผิดปกติของรูขุมขน ซึ่งจะมีกระจุกขนอ่อนๆ อุดตันอยู่ภายในรูขุมขนรวมตัวกับน้ำมันที่ผิวผลิตออกมาและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว มีลักษณะคล้ายสิวหัวดำ พบโดยมากบริเวณปลายจมูก หน้าผาก คาง และแก้ม ซึ่งการล้างหน้าทำความสะอาดทั่วไปไม่สามารถ กําจัดสิวเสื้ยน ได้หมด เราจึงมีวิธีเด็ดๆมาฝากกันค่ะ

 

1.แผ่นลอกสิวเสี้ยน

เป็นวิธีที่ง่าย ใครๆก็สามารถทำได้ โดยหาซื้อแผ่นลอกสิวเสี้ยนตามท้องตลาดทั่วไปมาใช้ ซึ่งส่วนใหญ่จะราคาไม่แพงมากนัก แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย โดยส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นลอกสิวเสี้ยนเฉพาะบริเวณปลายจมูก เพราะเป็นบริเวณที่มีสิวเสี้ยนสะสมอยู่มากที่สุด โดยแปะแผ่นลอกสิวเสี้ยนและทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วดึงออก โดยดึงเข้าหาสันจมูกพร้อมกันทั้งสองข้าง และย้อนขึ้นด้านบน สิวเสี้ยนก็จะหลุดตามแผ่นออกมาเลยค่ะ แต่วิธีนี้สิวเสี้ยนมักจะออกไปไม่หมดและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก โดยไม่ควรใช้บ่อยเกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

กําจัดสิวเสื้ยน

 

2.มาสก์ลอกสิวเสี้ยน

เริ่มแรกเลยให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน จากนั้นให้ใช้มาสก์ทาให้ทั่วทั้งผิวหน้า โดยเว้นบริเวณคิ้ว ตา และปากโดยรอบ ทิ้งไว้สักครู่โดยรอประมาณ 20 นาที จากนั้นค่อยๆดึงมาสก์ที่จับตัวกันเป็นแผ่นออก โดยดึงขึ้นย้อนรูขุมขน สิวเสี้ยนก็จะหลุดออกมาตามแผ่นมาสก์ โดยวิธีนี้สามารถกําจัดสิวเสื้ยนได้ทั่วทั้งใบหน้ามากกว่าแผ่นลอกสิวเสี้ยน ซึ่งกำจัดเฉพาะบริเวณปลายจมูกเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ควรทิ้งมาสก์ไว้จนแห้งเกินไป เพราะตอนดึงออกอาจจะทำให้เจ็บหน้าได้

กําจัดสิวเสื้ยน

 

3.ใช้โทนเนอร์ที่มีคุณภาพ

เป็นวิธีรักษาสิวเสี้ยนที่ต้นตอ เพราะช่วยกำจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าเกิดความสมดุล วิธีใช้ก็ง่ายดาย เพียงแค่นำโทนเนอร์หยดลงบนสำลีแบบแผ่น แล้วเช็ดตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน หรือจะเช็ดให้ทั่วทั้งใบหน้าเลยก็ได้ โดยเช็ดย้อนขึ้นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันและตกค้างอยู่ภายใน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวเสี้ยน รับรองว่าสิวเสี้ยนจะค่อยๆหายไปอย่างแน่นอนค่ะ เมื่อใช้อย่างเป็นประจำทุกวัน ซึ่งไม่ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นอีกด้วย

กําจัดสิวเสื้ยน

ใครที่สะดวกใช้วิธีกําจัดสิวเสื้ยนแบบไหน ก็ลองนำไปทำตามกันได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครจะใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนหรือมาสก์ลอกสิวเสี้ยน ก็อย่าลืมล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือประคบผิวด้วยน้ำแข็งนะคะ เพื่อเป็นการปิดรูขุมขนและช่วยป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าให้ดียิ่งขึ้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับรูขุมขนร่วมด้วยจะดีมากค่ะ

สิวอุดตันไม่มีหัว

สิวอุดตันไม่มีหัว มีแบบไหนบ้าง และต้องจัดการอย่างไร

รู้จักสิวอุดตันไม่มีหัว ในแต่ละแบบ พร้อมวิธีการดูแลรักษา

เมื่อเราเริ่มโตเป็นหนุ่มสาวคงจะไม่มีใครไม่เคยพบกับปัญหาผิวหน้ากันใช่ไหมคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องสิว ทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง สิวอุดตันไม่มีหัว ซึ่งเป็นที่หนักใจของใครหลายๆคน โดยสิวแต่ละประเภทก็มีวิธีการจัดการและแก้ไขแตกต่างกันไป โดยในบทความนี้เราจะขอกล่าวถึงการดูแลสิวอุดตันกันค่ะ

 

โดยสิวอุดตันจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

 

1.สิวอุดตันมีหัว หรือสิวอุดตันหัวเปิด

เกิดจากไขมันและเชื้อแบคทีเรียมารวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขน จนเกิดเป็นสิวอุดตันมีหัวขึ้น ซึ่งมักจะมีจุดสีดำอยู่ตรงกลางหัวสิว โดยเห็นได้ชัดเจน หรือจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสิวหัวดำก็ได้ ซึ่งสิวชนิดนี้เราสามารถกดหรือบีบออกมาได้ แต่หากทำไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน จึงแนะนำให้ไปทำที่คลินิกรักษาสิวจะดีที่สุด

สิวอุดตันไม่มีหัว

 

2.สิวอุดตันไม่มีหัว หรือสิวอุดตันหัวปิด

มีลักษณะเป็นตุ่มนูนๆขึ้นมาบนผิวหน้า ไม่สามารถกดสิวให้ออกมาได้ โดยหากฝืนกดลงไป อาจกลายเป็นว่าทำให้ไขมันและสิ่งที่อุดตันอยู่ภายในรูขุมขนทะลักกลับเข้าไปข้างใน ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้ หากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจกลายเป็นสิวอักเสบได้ โดยวิธีรักษาเราสามารถใช้ยาแต้มสิวเฉพาะจุด ซึ่งตัวยาจะไปช่วยหยุดการเจริญเติบโตของสิว ลดอาการอักเสบและบวมแดงจากการเกิดสิวได้ หรือมีอีกหนึ่งวิธีง่ายๆนั่นก็คือการใช้โทนเนอร์รักษาสิวนั่นเอง ซึ่งต้องควบคู่ไปกับการดูแลผิวหน้าให้สะอาดอีกด้วย

สิวอุดตันไม่มีหัว

 

3.สิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เกิดจากฮอร์โมนแอนโดรเจน ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้หลั่งน้ำมันออกมามากจนเกินไป ซึ่งมักพบได้ในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น โดยจะมองเห็นได้ยาก และสิวชนิดนี้ยังสามารถพัฒนากลายไปเป็นสิวประเภทต่างๆได้อีก เช่น หากมีการสะสมของไขมันมากเกินไปก็จะกลายไปเป็นสิวอุดตัน หรือหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียก็จะกลายไปเป็นสิวอักเสบ เป็นต้น ซึ่งสิวประเภทนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาที่ช่วยควบคุมฮอร์โมน โดยต้องปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา

สิวอุดตันไม่มีหัว

ไม่ว่าใครจะเป็นสิวชนิดไหน สิวอักเสบ สิวอุดตันมีหัว สิวอุดตันไม่มีหัว หากเราหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของผิวหน้าอยู่เสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยสามารถลดโอกาสการเกิดสิวได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติที่ใครๆก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องอาศัยการใส่ใจและการมีวินัยต่อตนเองประกอบด้วย

toner ตัวไหนดี

วิธีการใช้โทนเนอร์ ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง เราดูกันเลยดีกว่า

toner ตัวไหนดี ขอแนะนำว่าให้เลือก Niki Toner จากญี่ปุ่น

สาวๆ คงรู้จักโทนเนอร์กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นตัวช่วยทำความสะอาดและบำรุงผิวอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายแบบหลายยี่ห้อ โดยจะเลือก toner ตัวไหนดี ก็ต้องดูที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นพาราเบน หรือเมนทอล เพราะอาจจะส่งผลร้ายต่อผิวหน้าได้ รู้จักโทนเนอร์กันแล้ว ก็มารู้จักวิธีการใช้อย่างถูกต้องกันดีกว่าค่ะ

  1. หลังจากล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเสร็จแล้ว ให้ใช้ผ้าสะอาดซับหนาเบาๆ ให้แห้ง
  2. เลือกใช้สำลีแผ่นแทนสำลีก้อน เพราะทำความสะอาดได้ดีกว่า ใช้สะดวก และสำลีไม่ติดบนผิวหน้า
  3. หยดโทนเนอร์ลงบนสำลีแผ่นให้ชุ่ม ขนาดประมาณเท่าเหรียญสิบ
  4. วางสำลีที่หยดโทนเนอร์แล้วบนระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง คีบเบาๆ ที่ปลายแผ่น
  5. ค่อยๆ ใช้สำลีเช็ดหน้าอย่างเบามือ โดยเช็ดจากล่างขึ้นบน เพื่อทำการเปิดรูขุมขน ซึ่งจะช่วยให้ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก
  6. เช็ดโทนเนอร์ทีละครึ่งหน้า เพื่อทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง โดยใช้สำลีแผ่นคนละด้านกัน
  7. เช็ดบริเวณต้นคอและท้ายทอยด้วย เพราะหลังจากที่เช็ดโทนเนอร์เสร็จจะเป็นการทาครีมบำรุงผิวต่อไป โดยการบำรุงผิวที่ถูกต้องควรจะบำรุงทั้งใบหน้าและลำคอ

toner ตัวไหนดี

ควรใช้โทนเนอร์วันละ 2 ครั้งหลังล้างหน้าทั้งเช้าและเย็น เพื่อให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพ และบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก นอกจากนี้ยังมีทริคเด็ดๆ ในการใช้โทนเนอร์แบบประยุกต์มาฝากสาวๆ กันด้วยค่ะ

1.หากอยากให้หน้ามีความสดชื่นระหว่างวัน ก็สามารถนำโทนเนอร์มาประยุกต์ใช้แทนสเปรย์น้ำแร่ได้ด้วย โดยนำโทนเนอร์ใส่ในขวดที่สามารถพ่นสเปร่ย์ได้ จากนั้นนำมาฉีดระหว่างวันตามต้องการ ง่ายๆ เพียงแค่นี้ก็จะทำให้ผิวของคุณสดชื่นได้ตลอดทั้งวันค่ะ โดยจะเลือกใช้ toner ตัวไหนดี ก็ต้องเป็นโทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นะคะ เพราะแทนที่หน้าจะสดชื่น อาจจะกลายเป็นหน้าพังแทนได้ค่ะ

2.เป็นวิธีการที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นขึ้นอีกขั้น ด้วยการนำโทนเนอร์มาลงหยดบนสำลีแผ่นสำหรับเช็ดหน้าให้ชุ่มทั่วทั้งแผ่น วางลงบนผิวหน้าให้ทั่ว โดยใช้ประมาณ 4-5 แผ่น วางบริเวณหน้าผาก แก้มทั้งสองข้าง และค้าง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วนำสำลีออก โดยไม่ต้องล้างหน้า หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้งจะทำให้ผิวหน้ามีความนุ่มชุ่มชื่นอิ่มน้ำดูมีสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ

toner ตัวไหนดี

หากคุณยังไม่รู้ว่าจะใช้ toner ตัวไหนดี เรามีโทนเนอร์คุณภาพดีมาแนะนำค่ะ ซึ่งเป็นโทนเนอร์ที่มาจากญี่ปุ่นชื่อ Niki มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้า เพราะมีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด และยังไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารเคมีต่างๆ รวมทั้งพาราเบนหรือสารกันบูดอีกด้วยค่ะ

โทนเนอร์สิว

โทนเนอร์สิว ต้องเลือกให้ตรงกับ สภาพผิวหน้าของแต่ละบุคคล

มาดูเทคนิคการเลือก โทนเนอร์สิว ที่เหมาะกับลักษณะผิวหน้าของเรา

โทนเนอร์คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนอย่างล้ำลึก และยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นมีสุขภาพดีอีกด้วย ทั้งยังมีโทนเนอร์สิว ซึ่งช่วยขจัดและป้องกันการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหลายชนิดให้เลือกใช้ ซึ่งต้องดูว่าผิวหน้าแบบเราเหมาะกับชนิดไหน โดยจะอธิบายกันต่อไปนี้ค่ะ

1.ผิวธรรมดา เป็นผิวที่มีความสมดุล ไม่แห้งไม่มันจนเกินไป ซึ่งใครที่มีผิวหน้าแบบนี้นับว่าโชคดีเป็นที่สุด เพราะบ่งบอกถึงการมีผิวที่สุขภาพดี ซึ่งจะมีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ คือประมาณ 5.5 ซึ่งความเป็นกรดอ่อนๆ นี้เองจะช่วยเป็นเกราะป้องกันผิวหน้าจากแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ ทั้งยังป้องกันการสูญเสียน้ำของผิวอีกด้วย คนที่มีผิวธรรมดาสามารถใช้แบบไหนก็ได้ ทางที่ดีควรเลือกที่มีสูตรอ่อนโยนไว้ก่อน เพื่อป้องกันอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้

โทนเนอร์สิว

 

2.ผิวมัน มีลักษณะเงาและมันวาว รูขุมขนกว้าง สามารถมองเห็นได้ชัด เกิดสิวได้ง่าย เพราะน้ำมันบนใบหน้ามักไปอุดตันรูขุมขนจนเกิดเป็นสิวขึ้น เหมาะกับโทนเนอร์สิว ที่ช่วยขจัดและป้องกันการเกิดสิว และช่วยควบคุมความมัน นอกจากนั้นยังต้องช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วย

 

3.ผิวผสม เป็นผิวที่มีแต่ละบริเวณไม่เหมือนกัน โดยส่วนมากบริเวณ T Zone ตรงหน้าผาก จมูก และคางจะมีความมัน ส่วนบริเวณนอกเหนือจากนั้นจะมีความแห้ง ทำให้ผิวไม่สมดุลกัน ซึ่งอาจจะดูแลยุ่งยากสักหน่อย คนที่มีผิวผสมเหมาะกับ Toner ที่มีสารช่วยในการผลัดเซลล์ผิว แต่ก็ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

 

4.ผิวแห้ง เป็นผิวที่ขาดน้ำและความชุ่มชื่น จึงมีลักษณ์แห้งกร้าน เห็นริ้วรอยได้ง่าย ซึ่งผิวแห้งจะมีความมันน้อยกว่าผิวหน้าชนิดอื่นๆ ทำให้ต้องได้รับการบำรุงให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ คนที่มีผิวแห้งเหมาะกับ Toner ที่มีสารเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหน้า และไม่ดูดซับน้ำมันบนใบหน้าออกไป

โทนเนอร์สิว

 

5.ผิวแพ้ง่าย ผิวแพ้ง่ายมักจะเกิดอาการอักเสบ และระคายเคืองได้ง่าย เนื่องจากเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ่ ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ควรใช้โทนเนอร์สูตรอ่อนโยน ไม่ผสมสารเคมี น้ำหอมและแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิว

Toner มีหลายชนิดซึ่งควรเลือกใช้ให้เหมาะสมตามประเภทผิวของเรา ซึ่งมีหลากหลาย ทั้งที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวโทนเนอร์สิว หรือสูตรบางเบา อ่อนโยน ไม่ผสมสิ่งเจือปนต่างๆ โดยต้องเลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากอย. เท่านั้น เพราะมีความปลอดภัยกว่ายี่ห้อที่วางขายกันตามท้องตลาดทั่วไป

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี สังเกตุจากคุณสมบัติ และประโยชน์ที่จะได้รับ

ถ้าอยากรู้ว่า โทนเนอร์ยี่ห้อไหน ต้องจากดูสรรพคุณและคุณสมบัติต่างๆ

โทนเนอร์นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้า ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าไม่จำเป็น เพราะมีโฟมล้างหน้ากับคลีนซิ่งอยู่แล้ว ในความเป็นจริงถึงแม้ว่าจะล้างหน้าอย่างสะอาดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และครีมต่างๆ หลงเหลืออยู่ภายในรูขุมขน ซึ่งการใช้โฟมล้างหน้าหรือคลีนซิ่งอย่างเดียวอาจจะทำความสะอาดได้ไม่หมด ดังนั้นเราจึงต้องมีโทนเนอร์ที่มาช่วยทำความสะอาดอย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น ก่อนจะหาซื้อ โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี เรามาดูคุณประโยชน์ของโทนเนอร์กันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

 

1.ช่วยทำความสะอาดอย่างล้ำลึก

โดยหลังจากล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งและโฟมล้างหน้าแล้ว จะยังมีสิ่งสกปรกตกค้างอุดตันอยู่ในรูขุมขน การใช้โทนเนอร์ในขั้นตอนนี้จะช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง ความมัน หรือครีมที่ตกค้างอยู่บริเวณผิวหน้าก็จะถูกชะล้างไปอย่างหมดจด เตรียมผิวสำหรับการบำรุงในขั้นต่อไป ซึ่งจะช่วยให้ครีมบำรุงผิวที่ใช้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เพราะไม่มีตัวขัดขวางการดูดซึม

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี

 

2.ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น

หลังจากการล้างหน้าจะทำให้ผิวแห้งตึง ขาดความชุ่มชื้น โทนเนอร์บางตัวจึงผสมมอยเจอร์ไรเซอร์เข้าไปด้วย ซึ่งช่วยคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า ทำให้ใบหน้าอิ่มน้ำ ดูสดชื่นมีน้ำมีนวล ทั้งยังลดการระคายเคืองอีกด้วย เรายังสามารถดัดแปลงโทนเนอร์มาใส่ขวดสเปรย์แล้วพ่นใส่หน้าเมื่อต้องการเพิ่มความชุ่มชื่น แต่ต้องเป็นโทนเนอร์ที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์เท่านั้นนะคะ เพราะจะกัดผิว ซึ่งเป็นอันตรายและทำให้ผิวเสียได้ง่าย กำลังคิดอยู่ใช้ไหมคะว่าจะหาโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดีที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เราขอแนะนำโทนเนอร์จากญี่ปุ่นของ Niki ซึ่งสกัดจากสารธรรมชาติหลายชนิด จึงไม่เป็นอันตรายต่อผิว

 

3.ช่วยกระชับรูขุมขน

นอกจากโทนเนอร์จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึกแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงอีกด้วย โดยเมื่อเราใช้โทนเนอร์บ่อยๆอย่างอ่อนโยนแล้ว จากรูขุมขนที่เคยกว้างก็จะทำให้เล็กลงได้ค่ะ

 

4.ช่วยปรับสมดุลของผิวหน้า

โทนเนอร์จะช่วยปรับค่า pH ให้อยู่ที่ประมาณ 4-6 ซึ่งเป็นค่า pH หรือค่าความเป็นกรดด่างปกติของใบหน้า โดยจะมีความเป็นกรดอ่อนๆ โดยค่า pH 1-6 จะมีความเป็นกรด ส่วน ค่า pH 7-14 จะมีความเป็นด่าง เลขยิ่งน้อยความเป็นกรดยิ่งสูง เลขยิ่งมากความเป็นด่างก็จะมากตามด้วย ซึ่งการที่โทนเนอร์ปรับค่า pH ให้มีความเป็นกรดอ่อนๆนั้น ก็เพื่อป้องกันแบคทีเรียและการติดเชื้อจากภายนอกนั่นเอง

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี

ไม่ว่าจะเลือกโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี เราก็ควรคำนึงถึงประโยชน์ที่ต้องการด้วยนะคะ เพราะโทนเนอร์แต่ละตัวอาจจะมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน หรือทางที่ดีเราก็ควรเลือกโทนเนอร์ที่มีทุกคุณสมบัติอยู่ในขวดเดียว จะได้ไม่ยุ่งยากไปหาซื้อกันมากมายหลายตัว อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วยค่ะ

โทนเนอร์

โทนเนอร์ คืออะไร มีกี่แบบ ได้แก่อะไรบ้าง ไปดูกันเลย

โทนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาด ใบหน้าได้อย่างล้ำลึก

หลังจากผ่านการล้างหน้าเสร็จเราก็จะคิดว่าสะอาดแล้ว แต่บางครั้งอาจจะยังมีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ในรูขุมขน ซึ่งสบู่หรือโฟมล้างหน้าธรรมดาไม่สามารถกำจัดออกไปได้หมด จึงมีอีกตัวช่วยหนึ่งมาทำให้ผิวของเราสะอาดยิ่งขึ้น สิ่งนั้นก็คือโทนเนอร์นั่นเอง ซึ่งคืออะไร มีลักษณะแบบไหน และมีคุณสมบัติอย่างไร เราไปอ่านต่อกันเลย

ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยจัดการกับสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าได้อย่างล้ำลึก หลังจากการล้างหน้าด้วยสบู่เหลวหรือโฟมล้างหน้าแล้ว โดยจะมีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ไม่เหนียว ไม่ข้น มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้าของเรา ช่วยปรับสภาพผิวเพื่อเตรียมหน้าก่อนบำรุงผิวด้วยครีมต่างๆ ทั้งยังให้ความชุ่มชื้น ลดความมัน กระชับรูขุมขน ลดปัญหาการเกิดสิว บำรุงผิวได้อีกด้วย โดยจะแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ

โทนเนอร์

โทนเนอร์สำหรับทำความสะอาดและสำหรับบำรุงผิว โดยแบบสำหรับทำความสะอาดนั้นจะช่วยชะล้างและขจัดสิ่งที่ตกค้างอยู่บนผิวหน้า ทั้งเครื่องสำอางที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน ความมันส่วนเกิน หรือครีมต่างๆที่จับตัวเป็นก้อนซึ่งไม่ถูกดูดซึมเข้าไป จะช่วยทำความสะอาดให้หมดจดยิ่งขึ้น เตรียมหน้าให้พร้อมสำหรับการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป

ส่วนอีกชนิดหนึ่งจะช่วยบำรุงผิว ซึ่งมีความอ่อนโยนต่อผิว ทั้งยังมีวิตามิน เกลือแร่ และสารที่มีประโยชน์ต่างๆผสมอยู่ในนั้น เมื่อใช้แล้วจะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง เป็นการเติมอาหารเข้าสู่ผิวอีกทางหนึ่ง ซึ่งสามารถดูดซึมได้ดี เพราะเนื้อไม่ข้น มีความเหลว ใส และบางเบา อีกทั้งยังช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีโทนเนอร์ที่เน้นในเรื่องการกำจัดสิว ช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแดงต่างๆที่เกิดจากสิวได้ ทั้งยังช่วยลดความมัน กระชับรูขุมขน ทำให้ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำกลับมาขาวสว่างกระจ่างใสได้ ซึ่งก็คือTonerของ Niki จากญี่ปุ่น ซึ่งผลิตจากสารสกัดธรรมชาติหลายหลายชนิด ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จึงอ่อนโยนต่อผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย ทั้งยังไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ถึงแม้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆก็ตาม แต่นั่นเป็นกลิ่นที่มาจากสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งไม่ระคายเคืองต่อผิว และไม่มีส่วนผสมของพาราเบน หรือที่รู้จักกันในสารกันบูดนั่นเอง ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหน้าอีกด้วย

โทนเนอร์

ได้รู้จักโทนเนอร์ซึ่งเป็นตัวช่วยบำรุงผิวหน้าทั้งยังขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างกันแล้ว แต่ก่อนที่จะซื้อเราก็ต้องดูส่วนผสมของแต่ละยี่ห้อประกอบด้วย เพราะบางยี่ห้ออาจมีแอลกอฮอล์หรือสารเคมีอื่นๆผสมอยู่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อผิวหน้า เราจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและผ่านอย.เท่านั้น

กําจัดสิวเสื้ยน

รู้สาเหตุของสิว พร้อมวิธีการ กําจัดสิวเสื้ยน อย่างไรให้ได้ผล

กําจัดสิวเสื้ยน อย่างไรให้หมดไป จากใบหน้าของเรา

สิวเสี้ยนถือว่าเป็นปัญหาผิวกวนใจสำหรับสาวๆหลายคน เพราะทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนรูขุมขนกว้าง และทำให้ผิวหยาบกร้าน แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะถ้าเรารู้วิธีการดูแลผิวและวิธีกําจัดสิวเสื้ยนให้ถูกต้อง สภาพผิวของเราก็จะกลับมาสวยใสได้อย่างเดิมลองไปดูกันค่ะว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง

 

สิวเสี้ยนเกิดจากอะไร

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยนเกิดได้จากหลายสาเหตุโดยสิวเสี้ยนจะเกิดจากการรวมตัวกันของไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วจึงทำให้เกิดลักษณะของสิวหัวดำอุดตันในรูขุมขน ส่วนปัจจัยมีดังนี้

  • ฮอร์โมนที่มากผิดปกติ
  • เชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่าพีแอคเน่
  • ช่วงก่อนมีประจำเดือน
  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
  • สัมผัสกับสารเคมีที่กระตุ้นการก่อให้เกิดสิว
  • การสูบบุหรี่
  • การทำลายผิวที่ก่อเกิดการอักเสบ เช่น การล้างหน้าที่ไม่อ่อนโยนต่อผิว การบีบสิว

กําจัดสิวเสื้ยน

 

การกําจัดสิวเสื้ยนให้เห็นผล

โดยปกติสิวเสี้ยนสามารถดูแลให้หายเองได้โดยไม่ต้องพบแพทย์การรักษาสิวเสี้ยนให้เห็นผลดีที่สุดนอกจากใช้ผลิตภัณฑ์และยาทาแล้วคือการดูแลผิวหน้าดังนี้

  1. ล้างหน้าให้สะอาดเกลี้ยงเกลาอยู่เสมอวันละ 2 ครั้ง ด้วยสบู่อ่อนๆและน้ำสะอาด
  2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมัน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อไม่ให้เกิดสิว
  3. เลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมันเพื่อลดการเกิดสิวอุดตัน
  4. งดการสูบบุหรี่
  5. ใช้ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมดังนี้ กรดอะซีลาอิก เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ กรดซาลิไซลิก กรดไกลโคลิค เรตินอยด์ เป็นต้น ยาบางชนิดอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรระมัดระวังในการใช้
  6. รักษาด้วยเลเซอร์
  7. ใช้โทนเนอร์อย่างโทนเนอร์ NIKI ที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นเหมาะกับคนเป็นสิว และยังอ่อนโยนต่อผิวหน้า ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน จึงปลอดภัยไม่ระคายเคืองผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นจึงทำให้การเกิดสิวลดน้อยลงด้วย

กําจัดสิวเสื้ยน

 

การป้องกันไม่ให้เกิดสิวเสี้ยน

ถึงจะกำจัดสิวเสี้ยนได้แต่ถ้าไม่ดูแลผิวให้ดีสิวเสี้ยนก็มีโอกาสเกิดขึ้นอีก วิธีการดูแลรักษาผิวเพื่อไม่ให้เกิดสิวเสี้ยนอีกทำง่ายๆได้ดังนี้

  1. ล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอวันละ 2 ครั้ง ควรใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางไม่ให้ตกค้างบนผิวก่อนการล้างหน้า
  2. เลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมันเป็นส่วนประกอบ
  3. ไม่ควรใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า
  4. ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันการเกิดสิว และช่วยยับยั้งความมันบนใบหน้า

แม้สิวเสี้ยนจะไม่ได้เป็นสาเหตุที่รุนแรงมากนักที่เกิดขึ้นบนผิวแต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน สิวเสี้ยนก็จะกลายเป็นสิวอักเสบที่ส่งผลร้ายต่อผิวหน้าได้ การกําจัดสิวเสื้ยนทำได้ไม่ยากแต่ถ้าหากเกิดอาการรุนแรงขึ้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อรีบหาสาเหตุและการรักษาที่ถูกต้อง

สิวอุดตันไม่มีหัว

สิวอุดตันไม่มีหัว เกิดจากอะไร ป้องกันและรักษาอย่างไรดี

สิวอุดตันไม่มีหัว ปัญหาที่ใครหลายๆคน มันพบเจอกับตัวเอง

สิวเป็นการแสดงออกถึงการระคายเคืองและผิดปกติของผิวที่เกิดขึ้นบริเวณผิวส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะผิวหน้า ได้แก่สิวอักเสบและสิวอุดตัน สิวอุดตันนั้นมีด้วยกัน2 แบบคือ สิวอุดตันแบบมีหัวซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันดี เรียกอีกอย่างว่าสิวเสี้ยนสิวชนิดนี้กำจัดออกไม่ยากเพราะสามารถบีบออกได้ แต่สิวอุดตันไม่มีหัวเป็นสิวที่นับว่ากวนใจ เพราะบีบออกยากหากไม่รู้วิธีอาจจะทำให้เกิดสิวอักเสบและรูขุมขนกว้าง ทำลายเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวได้ สิวอุดตันเกิดจากอะไรและเราจะรักษา ป้องกันไม่ให้เกิดได้อย่างไร

สิวอุดตันไม่มีหัว

สาเหตุของสิวเกิดจากต่อมไขมันและรูขุมขนที่เป็นท่อปิดเกิดการอุดตันขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดจากการรับประทานอาหารบางชนิดที่ไปกระตุ้นทำให้เกิดสิวชนิดนี้ขึ้น เกิดจากสภาพอากาศเช่น เผชิญแดดแรงจัดหรือผิวแห้งจัดในหน้าหนาว เกิดจากระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลในช่วงวัยรุ่น หรือเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์กับผิวที่ทำให้ระคายเคืองหรือตกค้างในรูขุมขน เป็นต้น สิวอุดตันไม่มีหัวมักไม่มีรูให้สิ่งอุดตันรอดออกมาหรือหากมีรูก็มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถหาทางบีบออกมาได้ นานวันเข้าสิวมักจะอักเสบและติดเชื้อกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด วิธีการบีบสิวออกบางคนก็จะใช้เข็มฉีดยาที่มีปลายหัวเข็มเล็ก ๆ มาจิ้มให้เกิดรูเป็นทางเปิดแล้วจึงบีบออกมา แต่ก็นับว่าเป็นวิธีที่น่าหวาดเสียวและเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อผิวในระยะยาวได้ การใช้ที่กดสิวไม่สามารถช่วยบีบได้

วิธีป้องกันการเกิดสิวอุดตันแบบไม่มีหัวที่ได้ผลดีก็คือการใช้โทนเนอร์เช็ดสิว ซึ่งเป็นโทนเนอร์ที่ผลิตมาสำหรับแก้ปัญหาและป้องกันสิวอุดตันโดยเฉพาะ ใช้ทั้งกับสิวประเภท สิวอุดตัน สิวเสี้ยน และสิวเกิดจากฮอร์โมน วิธีใช้ง่าย ๆ ก็คือหลังจากทำความสะอาดผิวหน้าด้วยขั้นตอนปกติแล้วก็ให้ใช้สำลีชุบโทนเนอร์แล้วเช็ดลงที่ผิวเป็นขั้นตอนสุดท้าย

การทำงานของโทนเนอร์เช็ดสิวจะเข้าไปทำความสะอาดรูขุมขนทำให้ลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันไม่มีหัวลงได้ ซึ่งเป็นทั้งการรักษาสำหรับคนที่เกิดสิวอุดตันและเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิวอุดตันเพิ่มขึ้นได้ด้วย 

สิวอุดตันไม่มีหัว

ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมที่ขอแนะนำให้เป็นหนึ่งในคำตอบการดูแลผิวจากสิวทุกชนิดและป้องกันฟื้นฟูผิวจากสิวก็คือ โทนเนอร์ Niki สูตรญี่ปุ่นซึ่งตัวนี้แป็นสูตร 5 FREEปราศจากสารและส่วนผสมที่ระคายเคืองเป็นอันตรายต่อผิว ทั้งแอลกอฮอลล์  น้ำมัน พาราเบน,น้ำหอม,สีสังเคราะห์ อ่อนโยน ปลอดภัย หมดความกังวล เหมาะกับสภาพผิวทุกแบบ ทั้งผิวมัน ผิวผสม ผิวธรรมดาและ ผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

toner ตัวไหนดี

ถ้าหากคุณเป็นสิว แถมยังผิวแพ้ง่ายควรจะใช้ toner ตัวไหนดี

toner ตัวไหนดี อ่อนโยน กลิ่นหอม กำจัดสิ่งสกปรกได้ดี

ปกติแล้วคนที่มีผิวแพ้ง่ายมักจะมีปัญหาสิวร่วมด้วย เนื่องจากว่าได้รับผลกระทบจากสิ่งต่างๆ ได้ง่าย ลองใช้เครื่องสำอางใหม่ก็แพ้จนสิวขึ้นได้ ลองใช้ครีมบำรุงผิวแบบใหม่ก็แพ้จนสิวขึ้นได้เหมือนกัน ผลิตภัณฑ์ที่จะเลือกใช้จึงต้องเป็นตัวที่ออกแบบมาเพื่อคนผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ไม่ควรที่จะไปใช้ร่วมกับสภาพผิวแบบอื่นๆ ในส่วนของโทนเนอร์ก็เช่นเดียวกัน ลองมาดูกันดีกว่าว่าคนเป็นสิวและแพ้ง่ายจะใช้ toner ตัวไหนดี

toner ตัวไหนดี

 

สิ่งที่จะวัดได้ว่าโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดีนั้น อย่างน้อยจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานเหล่านี้ครบถ้วน คือ มีค่าความอ่อนโยนสูงมาก ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังมาแล้วว่าผิวบอบบางสามารถใช้ได้ ไม่ควรมีน้ำหอม และไม่มีสารเคมีอันตรายต่างๆ ที่จะกระตุ้นให้ผิวเกิดความระคายเคืองมากขึ้น นอกจากนี้ก็จะเป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ต้องการ อย่างเช่น เพิ่มความขาวกระจ่างใส เพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึก เป็นต้น ลองเลือกดูหลายๆ สูตร หลายๆ แบรนด์ที่เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะใช้ tonerตัว ไหนดี

 

และหนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่มโทนเนอร์ที่น่าสนใจก็คือ โทนเนอร์จากญี่ปุ่นที่ผลิตมาเพื่อคนเป็นสิวโดยเฉพาะอย่าง NIKI พิเศษที่มีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำมันและสีสังเคราะห์ด้วย สามารถเช็ดเพื่อทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจดทุกซอกทุกมุม เหมาะกับคนที่มีปัญหาสิวหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน สิวอักเสบ สิวอุดตัน ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ช่วยแก้ปัญหาได้และเห็นผลชัดเจนในเวลาไม่นาน ที่สำคัญหากใช้เป็นประจำจะช่วยเสริมให้ชั้นผิวมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น อาการแพ้ต่างๆ ก็จะลดน้อยลงด้วย

toner ตัวไหนดี

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนก็ได้ ผู้ใช้ต้องหาข้อมูลและตัดสินใจเลือกด้วยตัวเองเท่านั้น ระวังจุดตายที่หลายคนทำผิดพลาดกันมาก ก็คือถามเพื่อนๆ หรือคนรู้จักว่าเขาใช้ toner ตัวไหนดี สุดท้ายสิ่งที่ได้ก็คือผิวอาจจะแย่ลงไปกว่าเดิม หรือมีปัญหาอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาอีก เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวต่างกัน ต่อให้เป็นกลุ่มคนผิวแพ้ง่ายเหมือนกัน ก็ยังมีความเซนซิทีฟต่อสิ่งที่แพ้ต่างกันอยู่ดี นั่นหมายความว่าผลลัพธ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ย่อมต่างกัน คนที่รู้ดีที่สุดจึงเป็นตัวเราเองเท่านั้น วัดจากประสบการณ์ที่ผ่านมาดูก็ได้ ว่าเราใช้ผลิตภัณฑ์ในลักษณะไหนแล้วมันดีต่อผิว และสารประกอบตัวไหนที่เราใช้ไม่ได้เลย แบบนี้ถึงจะได้โทนเนอร์ที่เหมาะกับเราจริงๆ