โทนเนอร์สิว

โทนเนอร์สิว คุณสมบัติที่ดีจะต้องลดสิวได้ไว และไม่ทำร้ายผิว

เราควรจะเลือก โทนเนอร์สิว ยังไงดีให้ปลอดภัย

หลายคนมองว่าโทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนเกิน ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไร ไม่ต้องใช้ก็ได้ นั่นอาจจะจริงหากคุณเป็นคนที่มีสภาพผิวค่อนข้างดีอยู่แล้ว หรือไม่ค่อยได้ออกไปเผชิญกับมลภาวะมากเท่าไร แต่ถ้าไม่ใช่ และยังมีปัญหาเรื่องสิวตามกวนใจอยู่เรื่อยๆ โทนเนอร์สิวจะเป็นเสมือนอาวุธคู่กายที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว ความสำคัญของโทนเนอร์ก็คือ ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกมากขึ้น ช่วยเก็บรายละเอียดหลังจากการล้างหน้า ไม่ให้มีสิ่งใดหลงเหลือหรือตกค้างอยู่บนผิว และโทนเนอร์บางตัวก็ยังมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงหรือเตรียมความพร้อมของผิวหน้าไปในตัวด้วย

โทนเนอร์สิว

 

สำหรับคนที่เป็นสิวการเลือกโทนเนอร์นั้นต้องให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ช่วยลดสิวได้จริงและไม่ก่อปัญหาเพิ่มมาขึ้น ลองมาดูกันว่าปัจจัยไหนบ้างที่เราต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อโทนเนอร์สิว

1.ไม่มีแอลกอฮอล์ แม้ว่าบางครั้งการผสมแอลกอฮอล์ลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้นค่อนข้างจำเป็น และให้ผลดีกับสภาพผิวหลายๆ แบบ แต่มันไม่ดีต่อคนเป็นสิวอย่างแน่นอน เพราะแอลกอฮอล์จะกระตุ้นให้ผิวแห้งมากกว่าปกติ เมื่อเราเช็ดเสร็จแล้วจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวตึงมากกว่าปกติ บางคนอาจแพ้ แสบแดง และแน่นอนว่าสิวก็จะอักเสบมากขึ้นด้วย

2.เนื้อสัมผัสอ่อนโยนต่อผิว ส่วนใหญ่แล้วโทนเนอร์จะมีลักษณะเป็นของเหลวเกือบทั้งหมด แต่ค่าระดับความหนืดหรือความหนาแน่นของของเหลวมันไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องมั่นใจก่อนว่าผ่านการทดสอบแล้วถึงความอ่อนโยนและปลอดภัยต่อผิว ไม่มีส่วนประกอบที่จะทำให้สภาพผิวแย่ลงกว่าเดิม

3.มีส่วนผสมที่รักษาสิวได้จริง หากไม่มีข้อนี้ก็ถือว่าแก้ปัญหาได้ไม่ค่อยตรงจุดเท่าไรโทนเนอร์ลดสิวที่ไม่มีส่วนผสมของสารรักษาสิว จะช่วยได้แค่การทำความสะอาดทั่วไปเท่านั้น ผลก็คือสิวที่มีอยู่เดิมจะหายได้ช้า หรืออาจจะไม่ค่อยลดน้อยลงเลย ต้องรอให้ถึงรอบเวลาตามธรรมชาติ และแม้จะช่วยลดสิ่งสกปรกที่จะทำให้เกิดสิวได้ แต่ก็ไม่อาจลดการลุกลามจากสิวเดิมได้

4.ต้องมีคุณสมบัติเติมความชุ่มชื้น เพราะความชุ่มชื้นเป็นหัวใจสำคัญของผิวสุขภาพดี เมื่อเซลล์ผิวอิ่มน้ำ ปัจจัยกระตุ้นการเกิดสิวก็จะลดน้อยลงโดยอัตโนมัติ สิวที่ยังมีอาการอักเสบอยู่ก็จะไม่เกิดความระคายเคืองเท่าที่ควร และยังเป็นการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงดีในระยะยาวอีกด้วย

โทนเนอร์สิว

โทนเนอร์ตัวที่อยากจะแนะนำสำหรับคนเป็นสิวก็คือ NIKI โทนเนอร์สูตรพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น ที่เลือกใช้ส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิวบอบบางและสามารแก้ปัญหาสิวได้อย่างตรงจุดที่สุด เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติที่กล่าวไปข้างต้นครบถ้วน เมื่อเลือกโทนเนอร์สิวตามความต้องการได้แล้ว ก็อย่าลืมว่าทุกอย่างต้องอาศัยวินัย การรักษาสิวก็เช่นเดียวกัน ต้องดูแลผิวอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง อย่าได้เผลอขี้เกียจเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นต่อให้มีโทนเนอร์หรือผลิตภัณฑ์ประทินผิวดีแค่ไหนก็คงไม่ช่วยอะไร

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี

จะซื้อโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี นึกทีไร แล้วปวดหัวทุกที

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี หลายๆคนปวดหัวกับคำถามนี้ ไม่ใช่น้อยเลย

เคยไหม จะเลือก โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี แต่ละที นั่งดูรีวิวครั้งแล้วครั้งเล่า หาข้อมูลในโซเชียลจนตาลาย สุดท้ายก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกตัวไหนดี เป็นเรื่องธรรมดาหากเราไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ เราย่อมไม่รู้ว่าส่วนผสมตัวไหนจะเหมาะสมและดีกับเรามากที่สุด การสอบถามผลลัพธ์จากเพื่อนๆ หรือคนรู้จักที่เคยใช้มาแล้วจึงเป็นทางออกที่ดีพอ ยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์ในการใช้งานไม่ชัดเจนนัก ก็ยิ่งต้องหารายละเอียดจนกว่าจะพอใจ อย่างเช่น โทนเนอร์ หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วเราใช้โทนเนอร์เพื่ออะไร คนที่มารีวิวส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ได้เจาะลึกในส่วนของโทนเนอร์มากเท่าที่ควรจะใช้ โทนตัวไหน จึงกลายเป็นคำถามที่หลายคนก็ยังไม่ได้คำตอบที่ดีที่สุด

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี

 

อันที่จริงคุณภาพของโทนเนอร์ เรื่องของแบรนด์หรือยี่ห้อเป็นเพียงเครื่องการันตีความน่าเชื่อถึงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ใจความสำคัญมันอยู่ที่ว่าเราเลือกผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของเราได้ไหม พอกันทีกับ โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี แล้วเปลี่ยนมาเป็นโทนเนอร์แบบไหนที่เหมาะกับเรา โดยจะมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกโทนเนอร์มาแนะนำดังนี้

  1. เลือกตามสภาพผิว: โทนเนอร์แต่ละสูตรจะมีส่วนผสมที่เหมาะกับผิวต่างกัน แม้ว่าโทนเนอร์จะมีของเหลวที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา เมื่อทาไปบนผิวก็เหมือนจะแห้งไปจนหมดภายในชั่วพริบตา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะก่อให้เกิดปัญหาผิวอุดตันหรือเกิดความระคายเคืองไม่ได้ ยิ่งกับผิวแพ้ง่าย ก็ยิ่งต้องระวังให้มาก
  2. เลือกตามปัญหาผิว: ถึงเราจะใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าในระยะเวลาไม่กี่นาที แต่เชื่อเถอะว่ามันช่วยแก้ปัญหาผิวของเราได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิว ผิวมัน ผิวหมองคล้ำ ผิวขาดความชุ่มชื้น โทนเนอร์มีส่วนช่วยพอสมควร ดังนั้นก็อย่าคิดว่าซื้อมาเพื่อช่วยทำความสะอาดผิวเท่านั้น อย่าลืมใช้ให้เต็มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย
  3. เลือกตามการใช้งาน: โทนเนอร์ไม่ได้เอาไว้เช็ดหน้าเพียงอย่างเดียว มันสามารถทำเป็นสเปรย์ฉีดหน้าระหว่างวันได้ด้วย หรือจะใช้ชุบสำลีมาโปะผิวหน้าคลายความแสบร้อนจากแสงแดดก็ย่อมได้ ดังนั้นก็ต้องเลือกเนื้อของโทนเนอร์ให้เหมาะด้วย

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี

อย่างไรก็ตาม หากไม่แน่ใจว่าผิวตัวเองเป็นแบบไหน แล้วก็ไม่ได้มีปัญหาผิวอะไรที่ชัดเจนนัก ก็ไม่ยากเลย ลองดูโทนเนอร์จากประเทศญี่ปุ่นภายใต้แบรนด์ NIKI ดูก็ได้ เพราะได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวแพ้ง่าย ใช้ได้หมด และยังช่วยจัดการปัญหาผิวโดยรวมได้อีกด้วย ทีนี้ก็คงจะตัดข้อสงสัยที่ว่าโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดีไปได้เสียที

โทนเนอร์

ใครว่าใช้ โทนเนอร์ แบบไหนก็ได้ คิดผิด คิดใหม่ได้นะ

โทนเนอร์ มีหลายแบบ ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับผิว

ด้วยรูปแบบของผลิตภัณฑ์ วิธีการใช้งานตลอดจนการนำเสนอข้อมูลของผลลัพธ์ที่ได้ ทำให้ภาพลักษณ์เกี่ยวกับ โทนเนอร์ กลายเป็นของที่ดูไม่ค่อยมีความสำคัญมากเท่าไร จะใช้หรือไม่ก็ได้ จะเลือกแบบไหน ถูกหรือแพงอย่างไรก็ได้ ทั้งที่ความจริง Toner มีผลต่อการดูแลผิวพรรณมากกว่าที่คิด และการเลือกซื้อก็ต้องใส่ใจในรายละเอียดมากกว่าแค่การเลือกตามเพื่อนหรือซื้อตามบิวตี้บล็อกเกอร์

ก่อนจะไปดูว่าสภาพผิวเราเป็นแบบไหน ให้ตีกรอบให้ได้ก่อนว่าเราต้องการแก้ปัญหาผิวหน้าประเภทไหนกันแน่ ผิวมีสิวอักเสบ มีสิวอุดตัน อยากเพิ่มความชุ่มชื้น ต้องการลดริ้วรอย ข้อไหนที่เป็นเป้าหมายหลัก นั่นจะเป็นใจความสำคัญสำหรับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ แล้วค่อยไปดูว่าในกลุ่มโทนเนอร์ ที่ช่วยดูแลผิวของเราได้นั้นมีตัวไหนเหมาะกับสภาพผิวของเราบ้าง ลองมาดูตัวอย่างในการเลือกเหล่านี้กันดีกว่า

– ปัญหาสิว: อย่างแรกเลยต้องเป็น Toner ที่มีความอ่อนโยนสูง ไม่ว่าจะมีสภาพผิวแพ้ง่ายหรือไม่ แต่ในเมื่อเป็นสิวแล้ว โอกาสที่ผิวจะถูกทำร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจก็มีมากตามไปด้วย ส่วนสารสกัดที่นิยมใช้ก็จะเป็นชาเขียวที่ช่วยปรับสมดุลและจัดการความมันได้อย่างดี หรือชาโคลที่ดูดซับสิ่งสกปรกได้แม้ในรูขุมขน

โทนเนอร์

 

– ปัญหาผิวแห้ง: แน่นอนว่าต้องเน้นไปที่การเพิ่มความชุ่มชื้น เราสามารถเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการใช้โทนเนอร์ ได้เลย เน้นเลือกแบบที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิคหรือสารสกัดจากธรรมชาติที่เหมาะกับคนผิวแห้ง

โทนเนอร์

 

– ปัญหาผิวหมอง: ส่วนผสมที่ต้องดูก็คือบรรดากรดผลไม้ วิตามินซี AHA BHA เพราะนี่คือสุดยอดตัวช่วยในการผลัดเซลล์ผิว แถมยังต้านอนุมูลอิสระ ตัวการของความหมองคล้ำได้ดี เมื่อใช้ต่อเนื่องเซลล์ผิวก็จะแข็งแรงขึ้นด้วย แต่ต้องระวังอย่างหนึ่งในการเลือก Toner ที่มีกรดผลไม้ ผิวแพ้ง่ายอาจระคายเคืองได้ ควรเลือกแบบที่ผ่านการตรวจสอบเรื่องความอ่อนโยนมาแล้ว

โทนเนอร์

ในภาพรวมของปัญหาผิวทั้งหมด คนที่เป็นสิวจะมีข้อจำกัดในการเลือกซื้อโทนเนอร์ มากที่สุด แล้วในท้องตลาดก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้น้อยมาก ตัวที่สามารถแนะนำได้ก็คือ NIKI ผลิตภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่นที่ออกแบบมาให้ตรงเข้าไปจัดการกับต้นตอของสิวโดยเฉพาะ และยังมีค่าความอ่อนโยนสูงมาก ไม่ต้องปวดหัวกับการเลือกสูตรให้เหมาะกับผิวด้วย เพราะเขาทำมาให้ใช้ได้กับทุกคน กำจัดสิวได้ บำรุงผิวด้วย ผิวส่วนที่เสียหายก็ช่วยฟื้นฟูให้กลับมาดีเหมือนเดิม นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

กําจัดสิวเสื้ยน

กําจัดสิวเสื้ยน ให้อยู่หมัดด้วยวิธีการที่ถูกต้อง รับรองว่าง่าย

กําจัดสิวเสื้ยน ทำได้ที่บ้านขั้นตอนไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้เลย

สิวเสี้ยน” สิวจิ๋วน่ารำคาญที่พบได้มากบริเวรจมูก ถึงแม้จะเล็กแต่สร้างความรำคาญให้มากพอดูเพราะลูบทีก็รู้สึกถึงความสากระคายทุกครั้งไป แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะกําจัดสิวเสื้ยนให้หมดไปจากผิวหน้าได้ มาลองดูวิธีการง่ายๆกันค่ะ สิวเสี้ยนมีลักษณะคล้ายกลับสิวอุดตันหัวดำมาก เพียงแต่จะมีขนาดเล็กว่าและมีขนอ่อนเล็กๆจำนวนมากอยู่ในก้อนสิวนั้น ถึงแม้สิวประเภทนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบน้อยกว่าสิวประเภทอื่นๆมาก แต่ด้วยความที่มันพบเยอะบริเวณจมูกและข้างจมูก

กําจัดสิวเสื้ยน

มันจึงเห็นได้ชัดว่าผิวหน้าไม่เรียบ และอาจทำให้รูขุมขนกว้างตามมาได้โดยปกติแล้วรูขุมขนของมนุษย์มีขนอ่อนเส้นเล็กๆอยู่และหลุดร่วงไปเองตามกาลเวลา แต่สำหรับผู้ที่เป็นสิวเสี้ยนนั้นรูขุมขนจะผิดปกติ ทำให้เส้นขนไม่สามารถหลุดเองได้ เมื่อจับตัวรวมเข้ากับน้ำมันและสิ่งสกปรกอื่นบนใบหน้า จึงกลายมาเป็นสิวเสี้ยนในที่สุด

 

การกําจัดสิวเสื้ยนได้ง่ายที่สุดในบรรดาสิวทั้งหมด เจ็บน้อย ไม่ค่อยทิ้งร่องรอยหลังกำจัดเหมือนสิวประเภทอื่น ใครที่กำลังประสบกับปัญหาสิวเสี้ยนอยู่ ทำได้ปฏิบัติตนได้ดังนี้

  1. ดูแลทำความสะอาดผิวหน้าให้ดี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน หลังล้างหน้าเสร็จอย่าลืมให้หมาดด้วยผ้านุ่มสะอาดแล้วตามด้วยเช็ดโทนเนอร์สำหรับคนเป็นสิวซ้ำอีกรอบหนึ่ง
  2. ผลิตภัณฑ์และเครื่องสำอางทุกชนิดที่ใช้ไม่ควรมีน้ำมันเป็นส่วนผสม เพื่อลดโอกาสการอุดตันในรูขุมขน
  3. ลดปริมาณอาหารบางชนิดลง เช่น อาหารไขมันสูง นม อาหารรสหวานจัด เป็นต้น
  4. ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่

นอกจากนี้อาจต้องใช้วิธีการถอนขนบริเวณที่เกิดสิวเสี้ยนหรือการทายารักษาสิวบางชนิดร่วมด้วย เช่น ยาที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ กรดซาลิไซลิกแอซิด สารในกลุ่มเรตินอยด์ เป็นต้น การทายาพวกนี้จะช่วยให้สิวหายไวขึ้น แต่ว่ายาค่อนข้างรุนแรงกับผิว เพราะฉะนั้นศึกษาข้อมูลในละเอียดก่อนใช้ยา

กําจัดสิวเสื้ยน

ส่วนการป้องกันสิวเสี้ยนนั้นก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงแค่ใส่ใจเรื่องความสะอาดของผิวหน้า ล้างหน้าให้สะอาดอย่างอ่อนโยนวันละ 2 ครั้ง งดบีบ แคะ แกะ เกาใบหน้าในระหว่างวัน เพราะมืออาจมีสิ่งสกปรกติดอยู่ เพิ่มโอกาสในการอุดตันหรือทำให้สิวอักเสบได้ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าและงดใช้เครื่องสำอางทุกประเภทที่มีส่วนผสมจากน้ำมันเพราะมันจะไปทำให้ผิวอุดตันง่ายขึ้นค่ะ จะเห็นได้จริงๆแล้วมันก็คล้ายคลึงกับการกําจัดสิวเสื้ยนนั่นเอง ทั้งนี้ถ้าป้องกันและพยายามกำจัดสิวด้วยตัวเองแล้วไม่ได้ ลองไปพบแพทย์ผิวหนังดู เพื่อหาวสาเหตุและเข้ารับวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

สิวอุดตันไม่มีหัว

สิวอุดตันไม่มีหัว เกิดจากอะไร แล้วต้องรักษาอย่างไร

สิวอุดตันไม่มีหัว จะรักษาได้อย่างไร โดยที่ไม่ต้องใช้ยา

โดยปกติแล้ว สิวอุดตันที่หลายๆคนคุ้นเคยกันจะเป็นสิวที่มีหัวสิวอยู่ด้านใน เป็นสิวหัวเปิดที่สามารถกดหรือบีบออกมาได้ แต่ไม่ใช่กับสิวอุดตันไม่มีหัว เพราะจริงๆแล้วมันมีหัวขนาดเล็กอยู่ด้านใน เพียงแต่ไม่มีรูเปิดให้กำจัดออกมาได้ ทำให้สิวประเภทนี้อยู่ทนอยู่นานบนใบหน้ามาก ถึงแม้จะมีขนาดเล็กมากและสังเกตด้วยตาเปล่าไม่ค่อยเห็น แต่เวลาสัมผัสใบหน้าก็จะรู้สึกถึงความไม่เรียบเนียนอันเกิดจากหัวสิวนั่นเอง เนื่องจากไม่มีทางออก เมื่อหลายๆคนพยายามกำจัดมันด้วยการบีบเค้น มันจึงมีโอกาสทำให้หัวสิวหรือสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ทะลักกลับไปในชั้นผิวได้ ทำให้เนื้อเยื่อที่อยู่โดยรอบเกิดความเสียหายและอักเสบขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่ได้บีบกดอะไร แต่กว่าร้อยละ 75 ของสิวประเภทนี้มักกลายเป็นสิวอักเสบตามมาในภายหลัง

สิวอุดตันไม่มีหัว

 

สาเหตุของสิวอุดตันไม่มีหัว

การเกิดสิวประเภทนี้มีสาเหตุไม่ต่างจากสิวอุดตันทั่วไป เช่น ความมัน สิ่งสกปรกที่ตกค้างบนใบหน้า ฮอร์โมนขาดความสมดุล เครียด การใช้เครื่องสำอางบางชนิด เป็นต้น เพียงแต่ว่ามันไม่มีรูระบายสิวออกมาเหมือนสิวอุดตันธรรมดาเท่านั้นเอง

 

การรักษาสิวอุดตันโดยไม่ใช้ยา

หลายคนเมื่อเป็นสิวอุดตันประเภทนี้ อาจจะเลือกทาหรือทานยารักษาสิวเพียงอย่างเดียวแต่ว่าจริงๆแล้วการดูแลตัวเองด้วยวิธีทางธรรมชาติก็ช่วยการเกิดสิวได้เช่นเดียวกัน ดังนี้

–  ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว คนที่มีปัญหาสิวอุดตันเยอะๆมักมีปัญหาหน้ามัน เพราะฉะนั้นต้องใส่ใจการล้างหน้าให้มากๆ โดยล้างวันละ 2 ครั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสิวที่อ่อนโยน เหมาะกับผิวบอบบางในช่วงที่กำลังเป็นสิวนี้ สิ่งสำคัญคือห้ามมีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะจะเพิ่มการอุดตันมากยิ่งขึ้น แต่ถ้ามีส่วนผสมของกรดซาลิกไซลิกอ่อนๆจะดีมาก เพราะมันช่วยผลัดเซลล์ผิว สิวจะโผล่ออกมาง่ายขึ้น ทั้งนี้ต้องหลีกเลี่ยงการขัดถูผิวหน้าด้วยความรุนแรง หลังล้างเสร็จต้องใช้ผ้าขนหนูนุ่มสะอาดเช็ดผิดอย่างนุ่มนวลด้วย

–  หลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้สิวกำเริบ เช่น ความเครียด การจับสัมผัสใบหน้า อาหารบางชนิด การพักผ่อนน้อย เป็นต้น

–  ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าทุกชนิด ควรใช้แบบไม่มีน้ำมัน  เนื้อสัมผัสไม่ข้นหนืดมากเกินไป นอกจากนี้ต้องปราศจากสารเคมีรุนแรงต่างๆ อย่างเช่น แอลกอฮอล์ สารกันเสียหรือน้ำหอมด้วย

–  ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพราะผิวที่ถูกแดดทำร้าย มีโอกาสเกิดสิวได้ง่ายขึ้น

–  มาร์กหน้าอย่างสม่ำเสมอด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ วัตถุดิบธรรมชาติบางชนิดมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการอักเสบและลดการกลับมาเป็นซ้ำของสิวได้ เช่น น้ำผึ้ง มะเขือเทศ มะนาว เป็นต้น เพราะฉะนั้นควรมาร์กสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษาสิว

สิวอุดตันไม่มีหัว

สรุปได้ว่าสิวอุดตันไม่มีหัว จริงๆแล้วมีหัวอยู่ด้านใน เพียงแต่ไม่มีรูเปิดเฉยๆเลยออกมาไม่ได้ กลายเป็นสิวไม่หัวไปในที่สุด สิวชนิดนี้อยู่บนผิวหน้าเราได้นานหลายเดือนและมีโอกาสกลายเป็นสิวอักเสบตามมาสูงมาก เพราะนั้นใครกำลังเผชิญกับสิวประเภทนี้อยู่ แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านบน รับรองว่าช่วยให้สิวและผิวพรรณดูดีขึ้นอย่างแน่นอน

Toner ตัวไหนดี

Toner ตัวไหนดี Niki โทนเนอร์สิจ้า ตัวช่วยบอกลาทุกปัญหาผิว

Toner ตัวไหนดี ที่ช่วยให้ผิวกระชับสะอาดหมดจด และป้องกันสิว

“สิว” ปัญหากวนใจที่ใครๆที่เคยเป็นกัน โดยเฉพาะเหล่าวัยรุ่นที่มักเผชิญกับเรื่องสิวๆมากที่สุดเพราะเป็นช่วงที่อยู่ในวัยฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านอยู่พอดี การที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้น้ำมันบนหน้าเยอะขึ้น รูขุมขนจึงอุดตันได้ง่ายจนกลายเป็นสิวตามมาในที่สุด แต่ว่าปัญหานี้จัดการได้ยากเพียงแค่มีโทนเนอร์เช็ดสิว ว่าแต่ควรใช้ Toner ตัวไหนดี ถึงจะดีต่อปัญหาสิวจริงๆ วันนี้อยากพามาทำความรู้จักกับ Niki Toner โทนเนอร์เช็ดสิวจากแดนปลาดิบกันค่ะ

1.ตอบโจทย์ปัญหาทุกสิว ใครที่มีปัญหาทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบสิวหนองหัวปิดต่างๆอยากจะบอกว่า Niki Toner ตอบโจทย์มากๆ เพราะว่ามีคุณสมบัติช่วยรักษาและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้เป็นอย่างดี ถ้าเป็นสิวหัวเปิดเวลาเช็ดหัวสิวจะหลุดได้ง่าย ไม่ระคายเคือง ไม่จำเป็นต้องบีบกดใดๆ แถมยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบได้ หลังเช็ดจะช่วยให้ผิวจะอักเสบน้อยลง ลดการบวมแดง ลดโอกาสการเกิดรอยดำรอยแดงจากสิวหลังการรักษา

Toner ตัวไหนดี

 

2.อ่อนโยนต่อผิวบอบบาง Toner ตัวไหนดีที่ต้องดูอีกเรื่องคือต้องผลิตมาจากสารสกัดจากธรรมชาติแท้ๆ ไร้สารเคมีอันตราย แม้แต่คนที่มีผิวบอบบางยังใช้ได้ ดังนั้นคนเป็นสิวใช้ได้อย่างแน่นอน สำหรับใครที่ยังกังวล คอนเฟิร์มได้เลยว่าโทนเนอร์จากญี่ปุ่นตัวนี้ไร้แอลกอฮอล์ จึงหมดปัญหาผิวแห้งหลังใช้ ไม่มีพาราเบน น้ำมัน น้ำหอมหรือสีสังเคราะห์ต่างๆ เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าอ่อนโยนปลอดภัยต่อทุกสภาพผิวอย่างแน่นอน

 

3.ลดปัญหารูขุมขนกว้าง เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้ดี แถมยังช่วยกำจัดหัวสิวได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นมันจึงช่วยลดการอุดตันของผิว ทำให้รูขุมขนกลับมาเรียบเนียนกระชับมากยิ่งขึ้น ผิวแลดูเนียนสวยสุขภาพดี สามารถเปลือยหน้าสดออกจากบ้านโดยที่ไม่ต้องโบกรองพื้นหนาๆกันอีกต่อไป

Toner ตัวไหนดี

4.เนื้อบางเบาใช้แล้วหน้าไม่มัน ใครที่เคยใช้มาก่อนแล้วจะรู้ว่าเนื้อโทนเนอร์มีลักษณะเหลวใส บางเบา เช็ดแล้วสบายผิว ช่วยควบคุมความมันได้ดี แต่ก็ยังคงความชุ่มชื่นให้กับผิวเพราะไม่ได้กำจัดน้ำมันธรรมชาติบนผิวหน้าออกมากจากเกินไป เพราะฉะนั้นใครที่กังวลเรื่องการอุดตันหรือความเหนอะหนะผิวสบายใจได้อย่างแน่นอน

 

5.ฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรง นอกจากช่วยกำจัดสิวและลดขนาดรูขุมขนแล้ว Niki Toner ยังช่วยในเรื่องลดรอยดำรอยแดงจากสิว ฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอยู่ในภาวะสมดุลมากขึ้น ผิวจึงแข็งแรง ซ่อมแซมฟื้นฟูตัวเองได้ดี เป็นสิวได้ยากมากขึ้นและชะลอการเกิดริ้วรอยได้

Toner ตัวไหนดี

สำหรับใครที่มีคำถามว่าควรใช้ Toner ตัวไหนดี หวังว่าตอนนี้จะพบคำตอบกันแล้วนะคะ ประโยชน์ดีงามขนาดนี้ไม่ใช้ไม่ได้แล้ว แนะนำให้ใช้ในช่วงก่อนนอนทุกวันก่อนเข้าขั้นตอนการบำรุงผิวหน้า โทนเนอร์จะช่วยปรับสภาพผิวให้พร้อมต่อการบำรุง ทำให้ซึมซับสารอาหารผิวได้ดีขึ้น ใช้แล้วผิวแข็งแรง หน้าใสไร้สิวและแต่งหน้าติดดีอย่างแน่นอนค่ะ

โทนเนอร์สิว

โทนเนอร์สิว เลือกอย่างไร จึงจะปลอดภัยสำหรับผิวหน้า

วิธีการเลือก โทนเนอร์สิว ยังไงให้ได้ผล และไม่ทำร้ายใบหน้า

เวลาเป็นสิว จะใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าแต่ละตัวนี่คิดแล้วคิดอีก เพราะกลัวว่าใช้ไปแล้วอาจทำให้สิวประทุหนักยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากผิวในช่วงนี้อ่อนแอและไวต่อการกระตุ้นมาก ดังนั้นจึงต้องใส่ใจการเลือกใช้เครื่องสำอางกันอย่างรอบคอบ โทนเนอร์ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องใช้หลังล้างหน้าเสร็จเพื่อจัดการสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าให้สะอาดหมดจด แต่จะเลือกโทนเนอร์สิวอย่างไร จึงจะเหมาะกับสภาพผิวหน้าในช่วงนี้

 

1.เลือกตามอายุ ปัญหาสิงที่เกิดกับคนแต่ละช่วงวัยนั้นมาจากสาเหตุที่ต่างกัน สำหรับช่วงวัยรุ่นสิวมักเกิดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทำให้รูขุมขนอุดตัน ทำให้เป็นสิวอุดตันได้ง่ายและก่อให้เกิดสิวอักเสบตามมาทีหลัง ดังนั้นโทนเนอร์ที่เหมาะกับผิวหน้าต้องช่วยจัดการปัญหาความมันบนใบหน้าได้ดี ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกตกค้างบนผิวได้หมดจดต้องต้องมีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอักเสบด้วย และถ้าเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหรือผลัดเซลล์ได้ก็จะยิ่งดียิ่งขึ้นเพราะผิวจะได้ไม่แห้งตึงและกระจ่างใส ส่วนปัญหาสิวในวัยผู้ใหญ่ มักเกิดจากความเครียด มลภาวะหรือการขาดสมดุลของผิวหน้า ควรใช้โทนเนอร์ที่เน้นฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาแข็งแรงและเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว เพราะถ้าผิวกลับมามีสุขภาพดี ไม่แห้งตึง ปัญหาสิวจะลดน้อยลงได้

โทนเนอร์สิว

 

2.Non-comedogenic สิวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความมันส่วนเกินบนใบหน้า ฝุ่นละอองรวมไปถึงสิ่งสกปรกต่างๆด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากสาเหตุที่กล่าวไปแล้ว สิวอาจเกิดจากการอุดตันของส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางได้ด้วยเช่นเดียวกัน ผลิตภัณฑ์แบบ Non-Comedogenic คือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่า ปราศจากส่วนผสมที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน เวลาใช้ก็จะลดโอกาสการเป็นสิวลงได้ ดังนั้นครั้งถ้าต่อไปถ้าจะซื้อโทนเนอร์สิวอย่าลืมมองว่าคำนี้บนฉลากกันด้วยนะ

โทนเนอร์สิว

 

3.เนื้อสัมผัส โดยปกติแล้วสกินแคร์ที่มีเนื้อสัมผัสเหลวใส ซึมเร็ว เกลี่ยง่ายจะก่อให้เกิดการอุดตันน้อยกว่าแบบที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวเหนอะหนะ แต่ว่าเวลาใช้โทนเนอร์แล้วรู้สึกหน้าแห้งเย็นสดชื่นมาก ก็ไม่ได้หมายความว่ามนัดีต่อผิวเสมอไปนะ เพราะโทนเนอร์ในลักษณะนี้ มักมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่ในปริมาณสูง ใช้แล้วผิวอาจจะแห้งมากเกินควร ทำให้รู้สึกระคายเคืองจนกระตุ้นให้กลับมาเป็นสิวอีกก็เป็นได้

โทนเนอร์สิว

 

4.อ่อนโยนต่อผิวบอบบาง ผิวที่เป็นสิวคือผิวที่บอบบางและไวต่อสิ่งเร้าในสภาพแวดล้อมมากโดยเฉพาะสารเคมีในเครื่องสำอาง เพราะฉะนั้นมองหาโทนเนอร์ที่เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย จะเหมาะกับคนเป็นสิวมากกว่า สำหรับส่วนผสมควรมีสารที่ช่วยลดการอุดตันหรือลดการอักเสบของสิวด้วย ส่วนสารที่ไม่ควรในโทนเนอร์คือ น้ำมัน แอลกอฮอล์ น้ำหอมฉุนและสารกันเสีย

โทนเนอร์สิว

จะเห็นได้ว่าเลือกได้ไม่ยาก เพียงแค่ต้องรู้สาเหตุการเป็นสิวของตัวเองว่าเกิดจากอะไรแล้วเลือกให้เหมาะสมกับสาเหตุ ต้องดูว่าส่วนประกอบของโทนเนอร์สิวด้วยว่ามีอะไรบ้าง พยายามหลีกเลี่ยงยี่ห้อที่มีส่วนผสมของสารที่อาจก่อความระคายเคืองต่อผิวและอย่าลืมดูเนื้อสัมผัสว่าเป็นอย่างไร  แนะนำให้เลือกแบบที่บางเบาซึมง่ายจะมีโอกาสอุดตันน้อยกว่าค่ะ

โทนเนอร์ ยี่ห้อไหนดี

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี ที่ใช้แล้วดีกับผิวหน้ามากที่สุด

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี เลือกไม่เป็นเลย ช่วยบอกให้หน่อย

โทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าหลังล้างเสร็จ มีคุณสมบัติช่วยกำจัดสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้าและควบคุมความมันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลผิวให้พร้อมรับต่อการบำรุง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ แต่โทนเนอร์ที่วางขายอยู่ในท้องตลาดก็มีเยอะมากจนไม่รู้ว่าจะเลือกใช้ โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี วันนี้จึงอยากจะพามาดูเคล็ดลับการใช้และวิธีการเลือกโทนเนอรืให้เหมาะสมกับสภาพผิวกันดูค่ะ

 

เคล็ดลับการใช้โทนเนอร์

  • ถ้าอยู่บ้านไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ถ้าต้องการการบำรุงมากเป็นพิเศษในช่วงไหน ก็สามารถใช้โทนเนอร์ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน
  • โทนเนอร์ที่ดีไม่ควรมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ หรือถ้ามีก็ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะใช้แล้วอาจทำให้ผิวแห้งได้
  • การทาโทนเนอร์จะช่วยให้ผิวซึมซับสารอาหารที่อยู่ในสกินแคร์ได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อทาเสร็จ ให้ทาครีมตามภายใน 2-3 นาที แต่ถ้ามีครีมที่ต้องทาหลายๆตัว ต้องรอตัวแรกเซตตัวก่อน 3-5 นาทีแล้วค่อยทาตัวอื่นทับ
  • โทนเนอร์อาจช่วยกำจัดสิ่งสกปรกตกค้างได้จริง แต่มันเป็นเพียงส่วนเสริม ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวหน้าสะอาดแต่อย่างใด ดังนั้นต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดของการล้างหน้าในขั้นตอนแรกกันให้มากๆด้วย

โทนเนอร์ ยี่ห้อไหนดี

  • ไม่ใช้โทนเนอร์ที่มีความเป็นกรดเบสสูงมากเกินไป เพราะจะไปทำลายสมดุลกรดเบสตามธรรมชาติของผิวได้
  • โดยปกติแล้วการใช้โทนเนอร์ที่ถูกต้องคือการชุบกับสำลีแล้วนำมาเช็ดหน้า แต่สำหรับใครที่มีผิวแห้ง ล้างมือให้สะอาดแล้วหยดโทนเนอร์ลงบนฝ่ามือ ลูบไล้ให้ทั่วใบหน้าๆเบาๆ จะดีต่อผิวมากกว่า แต่ถ้าหากจะใช้สำลี แนะนำแบบแผ่น จะเช็ดได้สะอาดหมดจดมากกว่าแบบก้อน
  • เช็ดครั้งละครึ่งหน้า ช่วยป้องกันการลืม อีกทั้งยังเช็ดได้ทั่วถึงมากกว่าเช็ดทีเดียวทั้งหน้า

 

เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับสภาพผิว

โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดีให้แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ชนิดที่ใช้กำจัดสิ่งสกปรกตกค้างกับชนิดที่ใช้บำรุงผิว หากจะเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว เลือกได้ดังนี้

  • ผิวแห้ง : เลือกยี่ห้อที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อ่อนโยนต่อผิว และสามารถให้ความชุ่มชื่นได้
  • ผิวธรรมดา ผิวมันและผิวผสม : เลือกใช้ยี่ห้อที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมันโดยไม่ทำให้ผิวแห้งจนเกินไป ช่วยลดการการเกิดสิวอุดตันและลดขนาดของรูขุมขนได้เป็นอย่างดี
  • ผิวที่มีริ้วรอย : เลือกใช้ยี่ห้อที่มีคุณสมบัติบำรุงผิว กักเก็บความชุ่มชื่น เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว จะชะลอการเกิดริ้วรอยได้

โทนเนอร์ ยี่ห้อไหนดี

การจะบอกว่าโทนเนอร์ยี่ห้อไหนดีต่อผิวมากที่สุดนั้นไม่อาจให้คำตอบที่แท้จริงได้ เพราะปัจจัยหลักอยู่ที่สภาพผิว ผิวของแต่ละคน ซึ่งมันก็ไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นยอมเหมาะกับโทนเนอร์ต่างยี่ห้อกันไปด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อให้ตรวจสอบสภาพผิวตัวเองก่อนว่าเป็นแบบไหน มีปัญหาผิวด้านใดบ้าง แล้วค่อยไปซื้อ ก่อซื้อจะไปลองที่เคาน์เตอร์ก็ได้หรือจะซื้อตัวเทสเตอร์มาลองใช้ดูก่อนก็ได้เช่นเดียวกัน

โทนเนอร์

โทนเนอร์ จำเป็นหรือไม่ ต้องใช้อย่างไร จึงจะได้ผลดีที่สุด

โทนเนอร์ เป็นมิตรกับใบหน้าของเรา จริงหรือไม่

โทนเนอร์เป็นอีกหนึ่งเครื่องสำอางทำความสะอาดผิวที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง เอาไว้สำหรับใช้เช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างหลังล้างหน้าเสร็จ แต่เชื่อหลายคนยังไม่รู้จักดีมากนักแต่อาจจะรู้สึกสงสัยว่าจริงๆแล้วมันจำเป็นต้องใช้หรือเปล่า มาหาคำตอบกันได้ที่ค่ะ

 

โทนเนอร์ คืออะไร

โทนเนอร์เป็นโลชั่นที่มีลักษณะเหลวใสคล้ายน้ำ ใช้เช็ดทำความสะอาดผิวหลังล้างหน้า ช่วยกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกได้ล้ำลึกลงไปอีกขั้นรวมทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้พร้อมรับการกับการบำรุงในสเตปต่อไป

 

โทนเนอร์ จำเป็นหรือไม่

มีคนหลายคนเข้าใจว่าโทนเนอร์ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ เพราะว่าเช็ดหน้าด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์กับล้างด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดก็ทำให้ผิวสะอาดมากพอแล้ว รวมทั้งยังคิดว่าโทนเนอร์นั้นมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากเกินไป ใช้แล้วคงไม่ดีต่อผิวมากเท่าไรนัก จึงอยากจะขอแก้ความเข้าใจผิดข้อแรกกันก่อนคือ ถึงแม้การล้างหน้าจะช่วยให้ผิวสะอาดขึ้นมามากแล้ว แต่บางครั้งอาจยังมีเครื่องสำอางหรือสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ในรูขุมขนแถมบางคนใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีค่าความเป็นกรดเบสมากเกินไป ผิวหน้าจึงอาจแห้งหรือระคายเคืองได้

โทนเนอร์

โทนเนอร์จึงเข้ามาช่วยจัดการเคลียร์สิ่งสกปรกที่ยังตกค้างอยู่ พร้อมทั้งปรับสภาพผิวให้กลับมามีค่ากรดเบสตามธรรมชาติอีกครั้ง พร้อมรับการบำรุงและยังลดความระคายเคืองได้อีก ทั้งนี้โทนเนอร์ในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือถ้ามีก็อยู่ในสัดส่วนที่น้อยมาก แทบไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อผิวเลย เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่สงสัยว่าโทนเนอร์ จำเป็นหรือไม่? คำตอบคือ จำเป็นค่ะ

 

วิธีการใช้ที่ถูกต้อง

โทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและก่อนเข้านอน วิธีการใช้นั้นง่าย ดังนี้

  1. ล้างมือให้สะอาด
  2. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว เช่น เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย โฟมล้างหน้าสูตร AHA ช่วยลดความมันสำหรับคนผิวมัน เป็นต้น จากนั้นซับหน้าเบาๆด้วยผ้าขนหนูแห้งสะอาด
  3. นำสำลีชุบโทนเนอร์ชุ่มๆแล้วนำไปเช็ดให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ให้แห้ง ไม่ต้องล้างออกแต่อย่างใด
  4. บำรุงผิวหน้าตามปกติ

โทนเนอร์

จริงๆแล้วนอกจากกำจัดสิ่งสกปรกตกค้าง ช่วยควบคุมความมันและปรับสภาพผิวหน้าแล้ว ยังช่วยลดขนาดรูขุมขนและลดการเกิดสิวอุดตันได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นจึงอยากให้หาโทนเนอร์ดีๆที่เหมาะกับสภาพผิวมาใช้กัน ทั้งนี้ก็เหมือนเครื่องสำอางทั่วไปที่ต้องทดสอบการแพ้ก่อนจะใช้จริงและก็มีบางยี่ห้อที่มีส่วนผสมของสาร BHA ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ เพราะฉะนั้นหากกำลังตั้งครรภ์อยู่ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ไปก่อนค่ะ

สิวอุดตันไม่มีหัว

สิวอุดตันไม่มีหัว มีปัญหาที่สร้างความทรมาน ให้กับใครหลายคน

สิวอุดตันไม่มีหัว ก็สามารถรักษาให้หายได้ง่ายๆ แค่ใช้โทนเนอร์กำจัดสิว

ปัญหาสิวอุดตันไม่มีหัว สิวอักเสบเรื้อรัง สิวหัวหนอง สิวเสี้ยนตามข้างจมูกและปัญหาสิวอื่นๆ เป็นปัญหาผิวที่หลายๆคนเครียดและกังวลกันมาก เพราะเมื่อเป็นแล้วบางคนใช้เวลารักษาที่ยาวนานมากแต่ก็ยังไม่หายขาดสักที พอสิวยุบลงเหมือนจะดีขึ้น ทำให้หลายๆคนดีใจว่าคงไม่กลับมาเป็นอีกแล้วจะหายก็ครั้งนี้แหละ สุดท้ายก็กลับมาเป็นอีกเหมือนเดิมไม่จบสิ้นไม่สิ้น เป็นๆหายๆวนไปอยู่แบบนี้ และแถมการเป็นสิวในแต่ละครั้งยังทิ้งรอยแดงและจุดด่างดำต่างๆที่เกิดจากสิวไว้ให้ดูต่างหน้าอีกด้วย แต่ที่แย่ที่สุดคือ รอยหลุมสิว ที่รักษาให้กลับมาเรียนเนียนคืนได้ยากที่สุดนั่นเอง ทำให้หลายๆคนขาดความมั่นใจในในตนเอง เพราะใบหน้ามีปัญหาแบบนี้

หลายคนเข้าใจว่าสิวเกิดจากฮอร์โมน แต่จริงๆแล้วเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนต่างหาก ซึ่งตัวการก็คือไขมันที่ใบหน้าผลิตออกมาในแต่ละวันนั้น ถ้ามีมากเกินไป ไขมันเหล่านี้จะไปอุดตันรูขุมขน และทำให้เกิดปัญหาสิวอุดตันไม่มีหัวและสิวอื่นๆตามมาให้ได้ต้องรักษากันไปยาวๆอย่างที่เห็นๆกันสิวส่วนใหญ่ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้านั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป ดังนี้

 

1.สิวหัวหนอง สิวแบบนี้เกิดจากการที่มีไขมันอุดตันรูขุมขน การใช้ครีมบำรุงและการแต่งหน้าในแต่ละวันแล้วทำการล้างหน้าไม่สะอาด ทำให้มีการสะสมของไขมันบริเวณรูขุมขนมาก ก่อให้เกิดการระคายเคืองจากการสะสมของไขมันและสิ่งสกปรกนี้

สิวอุดตันไม่มีหัว

 

2.สิวหัวดำ เป็นสิวอุดตันชนิดหัวเปิด จะเกิดจากการสะสมของไขมันและสิ่งสกปรกบนใบหน้าแล้วกลายเป็นจุดดำๆบริเวณรูขุมขน เวลาส่องกระจกแล้วจะเห็นเป็นจุดดำๆ ซึ่งบริเวณที่เกิดส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณข้างแก้ม จมูก ข้างจมูก  เป็นต้น กล่าวคือ เป็นจุดที่มีการผลิตน้ำมันมากๆนั่นเอง

สิวอุดตันไม่มีหัว

 

3.สิวหัวขาว หรือ สิวอุดตันชนิดหัวปิด เป็นสิวอุตันที่มีลักษณะเป็นก้อนนูนขาวๆ จะไม่มีหัวสิวโผล่ขึ้นมาและบีบออกได้ยากมาก เนื่องจากรูขุมขนไม่เปิด ถ้าไม่มีการบีบออก สิวเหล่านี้ก็ยังคงนูนเล็กๆอยู่บนใบหน้าดังเดิม แต่เมื่อบีบออกมาแล้ว สิวเหล่านี้ก็จะยุบหายไปทันที และก็สามารถเกิดขึ้นได้อีกถ้ามีการอุดตันของรูขุมขน

สิวอุดตันไม่มีหัว

 

4.สิวอักเสบแบบไม่มีหัว หรือสิวอุดตันไม่มีหัว เป็นสิวอักเสบที่บีบไม่ได้ เพราะไม่มีหัวหรือหนองให้เป็นจุดสังเกตเลย จะมีก็แต่เพียงอาการบวมแดง กดแล้วเจ็บเท่านั้น ซึ่งสิวประเภทนี้เมื่อขึ้นมากแล้วก็ยุบลงไปได้ยากเช่นกัน และถ้าทิ้งไว้นาน เมื่อกดสิวออกแล้ว อาจกลายเป็นหลุมสิวบนใบหน้าแทน

สิวอุดตันไม่มีหัว

 

5.สิวเสี้ยน เป็นสิวที่จะเกิดอยู่บริเวณจมูกและสันจมูก หรือแม้กระทั่งบริเวณใต้คางเองก็มี เมื่อมองดูแล้วจะมีลักษณะเป็นจุดไขมันแหลมๆขาวๆอยู่บนผิวของใบหน้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิวที่สร้างความรำคาญใจให้ใครหลายๆคนได้เป็นอย่างมาก เพราะเวลาที่มีการแต่งหน้านั้น ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียน และดูไม่สะอาดตาจากการมองเห็นสิวเหล่านี้แทรกออกมาตามผิวหนัง

สิวอุดตันไม่มีหัว

 

จากแต่ละแบบของสิวนี้ จะสังเกตได้ว่า สาเหตุและปัญหาที่ทำให้เกิดสิวส่วนใหญ่ เกิดจากไขมันที่ใบหน้าผลิตออกมาในแต่ละวัน และเกิดจากการที่ทำความสะอาดผิวหน้าได้ไม่สะอาดล้ำลึกพอ จึงทำให้รูขุมขนบนใบหน้ามีการอุดตันจากสิ่งเหล่านี้แล้วกลายเป็นสิวต่างๆนั่นเอง ดังนั้นการล้างหน้าให้สะอาดและล้ำลึกจึงเป็นวิธีที่ดีและสามารถช่วยลดการเกิดสิวต่างๆได้ ซึ่งวิธีการล้างหน้าอย่างถูกวิธีมีดังนี้

1.ก่อนการล้างหน้า สำหรับคนที่มีการแต่งหน้าควรเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าก่อนด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์ เพราะสมัยนี้เครื่องสำอางส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้มีการกันน้ำ ดังนั้นถ้าล้างหน้าไปเลยโดยไม่เช็ดทำความสะอาดก่อน จะทำให้การทำความสะอาดผิวหน้าล้างได้ไม่สะอาดหมดจรด

2.ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้ตรงกับสภาพผิว การเลือกใช้โฟมล้างหน้าให้ตรงกับสภาพผิวของเรานั้น จะช่วยให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคืองภายหลังการล้างหน้า ยิ่งสำหรับคนที่มีผิวมัน ควรใช้โฟมให้ตรงกับผิวของตนอย่างยิ่ง เพราะผิวมีลักษณะที่สร้างน้ำมันออกมามาก ซึ่งต้องใช้โฟมที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับคนผิวมันเท่านั้น เพื่อช่วยให้ใบหน้าสะอาดหมดจรดมากขึ้น และช่วยให้อัตราการเกิดสิวอุดตันไม่มีหัวในคนผิวมันลดน้อยลงได้

3.ให้ทำการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อเปิดรูขุมขน แล้วตามด้วยการฟอกโฟมล้างหน้าที่ตรงกับสภาพผิวของตนเอง จากนั้นตามด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง เพื่อให้สิ่งสกปรก และคราบต่างๆหลุดออก และหลังจากนั้นก็ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อปิดรูขุมขน

4.เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าภายหลังการล้างหน้าอีกครั้งด้วยโทนเนอร์ เพื่อช่วยให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นภายหลังการล้างหน้า ซึ่งการล้างหน้าในแต่ละครั้ง โฟมที่ใช้นั้นส่วนใหญ่จะมีความเป็นกรด-เบสสูง เพื่อทำให้เวลาล้างหน้าแล้วนั้นสามารถขจัดคราบสิ่งสกปรกบนผิวหน้าได้อย่างหมดจรด แต่ความหมดจรดนี้ก็นำพาความชุ่มชื้นบนผิวหน้าไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นการใช้โทนเนอร์ซ้ำอีกครั้งจึงเป็นการช่วยทำให้ผิวกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง และนอกจากนั้นโทนเนอร์เองยังทำให้ใบหน้าลดการผลิตน้ำมันลง ทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดสิวได้ด้วย

เพียงการล้างหน้าให้สะอาดและครบถ้วนนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ไม่เกิดปัญหาผิวเป็นสิวต่างๆ โดยจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าให้ตรงกับลักษณะผิวของตนด้วย เพื่อลดการระคายเคืองที่จะเกิดขึ้น และหลังจากนั้นก็ทำการตบท้ายด้วยการเช็ดโทนเนอร์ซ้ำอีกครั้งเพื่อความชัวร์ ถือเป็นการทำความสะอาดที่ง่ายแต่หลายๆคนมักจะลืมทำกัน และที่สำคัญคือ ลืมเช็ดโทนเนอร์ทุกครั้งภายหลังการล้างหน้า เพราะคิดไปว่าแค่เพียงการล้างหน้าก็เพียงพอแล้วนั่นเอง หรือบางคนไม่รู้จะเลือกใช้โทนเนอร์ตัวไหนดีเลยใช้เพียงแค่โฟมก็พอ ซึ่งถ้าจะให้แนะนำโทนเนอร์สำหรับเช็ดผิวหน้าที่ดีและครอบคลุมแม้ผิวแพ้ง่ายและผิวเป็นสิวต่างๆหรือสิวอุดตันไม่มีหัวเองก็สามารถใช้ได้ ก็มีอยู่หนึ่งแบรนด์ คือ แบรนด์ NIKI ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ผลิตโทนเนอร์โดยเฉพาะ

 

โดยเป็นสูตรของประเทศญี่ปุ่นเลย ซึ่งผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ต้องบอกเลยว่ามีคุณภาพมาก ผู้ใช้หลายคนที่ใช้ไปแล้วกลับมาการันตีเป็นเสียงเดียวกันว่าดีจริงๆ ไม่จกตา แม้ผิวแพ้ง่ายบอบบางก็สามารถใช้ได้ และที่สำคัญโทนเนอร์ของแบรนด์นี้ถูกออกแบบมาให้สำหรับคนที่มีผิวเป็นสิวก็ใช้ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้เมื่อเช็ดไปแล้ว สิวที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยนที่กวนใจใครหลายๆคน สิวอุดตัน สิวอักเสบเรื้อรัง สิวหัวหนอง จะค่อยๆยุบและหายไปเลย เพราะโทนเนอร์นี้จะช่วยปรับสมดุลของผิวให้เข้าที่ ทำให้ลดการเกิดปัญหาผิวเป็นสิวนี้  สำหรับผู้ที่สนใจอยากดูสินค้า หรือดูรีวิวและคุณสมบัติอื่นๆของโทนเนอร์นี้ สามารถเข้าไปดูได้ที่เพจเฟสบุคของทางแบรนด์ได้เลยที่ เฟสบุค niki โทนเนอร์ญี่ปุ่นเช็ดสิว

สิวอุดตันไม่มีหัว

ถ้ามีการดูแลผิวหน้าและล้างหน้าอย่างถูกวิธี และตบท้ายด้วยการเช็ดด้วยโทนเนอร์ภายหลังการล้างหน้า เช้า-เย็น ทุกครั้ง ก็สามารถทำให้ลดการเกิดสิวอุดตันไม่มีหัว สิวเสี้ยน ปัญหาผิวเป็นสิว หรือปัญหาผิวอื่นๆได้แล้ว  เพียงเท่านี้ก็มีหน้าสวยสดใสไร้สิวได้อย่างใจ และสามารถกลับมามีความมั่นใจในตนเองและใบหน้าได้อีกครั้ง

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

สิวอุดตันไม่มีหัวเกิดจากอะไร แล้วต้องรักษาอย่างไร

สิวอุดตันไม่มีหัวป้องกันและรักษาอย่างไรดี

สิวอุดตันไม่มีหัว มีแบบไหนบ้าง และต้องจัดการอย่างไร